แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolios)
แฟ้มผลงานเด็ก หรือที่ภาษาอังกฤษใช้ศัพท์ว่า Portfolios นั้นไม่ได้เป็นของใหม่ในวงการศึกษาบ้านเรา อย่างไรก็ตาม การใช้แฟ้มผลงานเด็กในการประเมินผลพัฒนาการเด็กถือว่าเป็นความคิดที่ยังไม่แพร่หลายมากนักในวงการศึกษาในปัจจุบัน
นักการศึกษา Mcafee และ Leong (1994:111) กล่าวว่า แฟ้มผลงานเด็ก หรือ Portfolios เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวม (Compiling & organizing) และตีความข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเด็ก แฟ้มผลงานเด็กโดยตัวเองไม่ถือว่าเป็นวิธีการประเมินผล แต่เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากวิธีการอื่น ๆ เพื่อใช้ในการประเมินผล
แฟ้มผลงานเด็ก หรือ Portfolios ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ ความพยายาม ความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการประเมินผลพัฒนาการเด็กและการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนต่อไป
Mcafee และ Leong (1994:112) กล่าวว่า ความหมาย ชนิดหรือ ข้อแนะนำเกี่ยวกับแฟ้มผลงานเด็กไม่ได้ถูกกำหนดแน่นอน ตายตัว หรือเป็นมาตรฐานในทางตรงกันข้าม แฟ้มผลงานเด็กหรือ Portfolios เป็นวิธีการที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มบุคคล กลุ่มแต่ละกลุ่มพัฒนาแฟ้มผลงานในลักษณะที่แตกต่าง กัน ทั้งนี้ข้อยู่กับจุดประสงค์และความสนใจของครูและเด็กในกลุ่มนั้นๆ
แฟ้มผลงานเด็ก หรือที่ภาษาอังกฤษใช้ศัพท์ว่า Portfolios นั้นไม่ได้เป็นของใหม่ในวงการศึกษาบ้านเรา อย่างไรก็ตาม การใช้แฟ้มผลงานเด็กในการประเมินผลพัฒนาการเด็กถือว่าเป็นความคิดที่ยังไม่แพร่หลายมากนักในวงการศึกษาในปัจจุบัน
นักการศึกษา Mcafee และ Leong (1994:111) กล่าวว่า แฟ้มผลงานเด็ก หรือ Portfolios เป็นส่วนหนึ่งของการเก็บรวบรวม (Compiling & organizing) และตีความข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับเด็ก แฟ้มผลงานเด็กโดยตัวเองไม่ถือว่าเป็นวิธีการประเมินผล แต่เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากวิธีการอื่น ๆ เพื่อใช้ในการประเมินผล
แฟ้มผลงานเด็ก หรือ Portfolios ถือเป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับ พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กที่มีจุดประสงค์และกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอแฟ้มผลงานเด็กช่วยให้ตัวเด็กตระหนักถึงประสบการณ์ ความพยายาม ความก้าวหน้าและความสำเร็จของตนเอง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการประเมินผลพัฒนาการเด็กและการจัดโปรแกรมการเรียนการสอนต่อไป
Mcafee และ Leong (1994:112) กล่าวว่า ความหมาย ชนิดหรือ ข้อแนะนำเกี่ยวกับแฟ้มผลงานเด็กไม่ได้ถูกกำหนดแน่นอน ตายตัว หรือเป็นมาตรฐานในทางตรงกันข้าม แฟ้มผลงานเด็กหรือ Portfolios เป็นวิธีการที่พัฒนาขึ้นเพื่อให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มบุคคล กลุ่มแต่ละกลุ่มพัฒนาแฟ้มผลงานในลักษณะที่แตกต่าง กัน ทั้งนี้ข้อยู่กับจุดประสงค์และความสนใจของครูและเด็กในกลุ่มนั้นๆ
ลักษณะของแฟ้มผลงานเด็ก
Mcafee และ Leong (1994:112) กล่าวถึง ลักษณะโดยทั่วๆ ไปของแฟ้มผลงานเด็กหรือ Portfolios ว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้
1. แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolios) สามารถยึดหยุ่น (flexible) และปรับเปลี่ยนได้ (adaptable) เนื้อหาสาระ และกระบวนการของการเลือกผลงานหรือสิ่งที่จะรวบรวมในแฟ้มผลงานเด็กสามารถยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัยและระดับพัฒนาการของเด็ก วัตถุประสงค์ของโรงเรียนหรือหน่วยงาน และข้อพิจารณาอื่นๆ
2. แฟ้มผลงานเด็กสามารถรวบรวมพัฒนาการและการเรียนรู้ด้านต่างๆ
3.แฟ้มผลงานเด็กมุ่งเน้นที่ความสามารถหรือจุดเด่นของเด็ก จะเน้นสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าสิ่งที่เด็กทำไม่ได้
Mcafee และ Leong (1994:112) กล่าวถึง ลักษณะโดยทั่วๆ ไปของแฟ้มผลงานเด็กหรือ Portfolios ว่ามีลักษณะดังต่อไปนี้
1. แฟ้มผลงานเด็ก (Portfolios) สามารถยึดหยุ่น (flexible) และปรับเปลี่ยนได้ (adaptable) เนื้อหาสาระ และกระบวนการของการเลือกผลงานหรือสิ่งที่จะรวบรวมในแฟ้มผลงานเด็กสามารถยืดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวัยและระดับพัฒนาการของเด็ก วัตถุประสงค์ของโรงเรียนหรือหน่วยงาน และข้อพิจารณาอื่นๆ
2. แฟ้มผลงานเด็กสามารถรวบรวมพัฒนาการและการเรียนรู้ด้านต่างๆ
3.แฟ้มผลงานเด็กมุ่งเน้นที่ความสามารถหรือจุดเด่นของเด็ก จะเน้นสิ่งที่เด็กทำได้มากกว่าสิ่งที่เด็กทำไม่ได้
4. แฟ้มผลงานเด็กเอื้อต่อการประเมินผลพัฒนาการแบบต่างๆ
5. เด็กสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผลงานต่าง ๆ เข้ามาเก็บในแฟ้มของตน ในขณะเดียวกันเด็กมีโอกาสที่จะทบทวนวิเคราะห์ (reflection) ผลงานแต่ละชิ้นที่ตนเลือก
6. แฟ้มผลงานเด็กคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก เนื่องจากในแฟ้มผลงานเด็กครูสามารถรวบรวมผลงานซึ่งเด็กทุกคนทำ ในขณะเดียวกันก็สามารถรวบรวมผลงานซึ่งเป็นผลงานเฉพาะของเด็กแต่ละคนด้วย
7. แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อการประเมินผลที่ต่อเนื่องมากกว่าที่จะจัดทำเพื่อการประเมินผลที่คงที่ เช่น รายงานคะแนนหรือเกรด เป็นต้น
8.แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับการเรียนของเด็กของเด็ก
5. เด็กสามารถมีส่วนร่วมในการเลือกผลงานต่าง ๆ เข้ามาเก็บในแฟ้มของตน ในขณะเดียวกันเด็กมีโอกาสที่จะทบทวนวิเคราะห์ (reflection) ผลงานแต่ละชิ้นที่ตนเลือก
6. แฟ้มผลงานเด็กคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็ก เนื่องจากในแฟ้มผลงานเด็กครูสามารถรวบรวมผลงานซึ่งเด็กทุกคนทำ ในขณะเดียวกันก็สามารถรวบรวมผลงานซึ่งเป็นผลงานเฉพาะของเด็กแต่ละคนด้วย
7. แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อการประเมินผลที่ต่อเนื่องมากกว่าที่จะจัดทำเพื่อการประเมินผลที่คงที่ เช่น รายงานคะแนนหรือเกรด เป็นต้น
8.แฟ้มผลงานเด็กมีขึ้นเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่ใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับการเรียนของเด็กของเด็ก
วัตถุประสงค์ของแฟ้มผลงานเด็ก
Mcafee และ Leong (1994 : 112 - 113) กล่าวว่า แฟ้มผลงานเด็กสามารถช่วยประเมินวัตถุประสงค์ส่วนใหญ่ในชั้นเรียนได้ เช่น ช่วยตัดสินเกี่ยวกับความก้าวหน้าของเด็ก เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อการรายงานและสื่อสารกับผู้ปกครองและ บุคคลรอบข้างเกี่ยวกับตัวเด็ก บอกเล่าถึงการเรียนการสอนที่ดำเนินอยู่ในชั้นเรียนแก่บุคคลอื่น และเป็นข้อชี้บ่งเบื้องต้นสำหรับเด็กที่ต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ
แฟ้มผลงานเด็กสามารถช่วยประเมินวัตถุประสงค์อื่นๆ ได้อีก โดยทั้งนี้ต้อง ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานและวิธีการจัดการ (Organize) แฟ้มผลงาน นั้น ยกตัวอย่าง เช่น ถ้าครูต้องการที่จะประเมินเด็กโดยมีพื้นฐานอยู่ที่ผลงานต่าง ๆ ที่เก็บรวบรวมไว้ในแฟ้มผลงาน ดังนั้นในแฟ้มผลงานเด็กก็ควรจะมีผลงานที่ดีที่สุดในความรู้สึกของเด็กหรือครู หรือผลงานขั้นสุดท้าย เป็นต้น ถ้าครูต้องการทราบพัฒนาการของเด็กเป็นช่วง ๆ อย่างต่อเนื่องครูก็อาจจะต้องมีการเก็บรวบรวมผลงานชิ้นที่ดีที่สุดของเด็กเป็นช่วงๆ ไป จุดประสงค์สำคัญประการหนึ่งในการมีแฟ้มผลงานเด็ก คือ เพื่อกระตุ้นและพัฒนาการเรียนรู้โดยผ่านการทบทวน การสะท้อนความคิด (Reflection) และการประเมินผลตนเอง (Self - assessment)
จุดประสงค์ที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของการมีแฟ้มผลงานเด็ก คือ เป็นการสรุปข้อมูลที่ต่อเนื่องและหลากหลายของพัฒนาการเด็ก เพื่อเป็นแนวทางให้กับเด็กในการเรียนการสอน ข้อดีประการหนึ่งของแฟ้มผลงานเด็กก็คือ เป็นการแสดงให้เห็นว่าการประเมินผลนั้นเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และมีขึ้นเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กนั่นเอง
การจัดระบบและการเลือกผลงานในแฟ้มผลงานเด็ก
ในการเลือกผลงานเด็กเก็บรวบรวมในแฟ้มผลงาน ครูควรมีการวางแผนอย่างรอบคอบ Arter ( อ้างใน Mcafee และ Leong, 1994 : 114) กล่าวว่า วิธีการเลือกผลงานเด็กมี 2 ระบบด้วยกัน มีดังนี้
1. ระบบตัวชี้บ่ง (Indicator systems) ระบบตัวชี้บ่งเรียกอีกอย่างหนึ่ง ว่าระบบหลัก (Core items) ในระบบนี้ครูจะระบุผลงานเฉพาะที่ต้องการรวบรวมผลงานหลักๆ ที่ระบุ อาจได้แก่ ภาพวาดของเด็ก ผลงานทางด้านการตัด การปะ ตัวอย่างงานเขียนของเด็ก เป็นต้น ผลงานเฉพาะที่ต้องการเก็บจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่มีหลักตายตัว แน่นอนสามารถยึดหยุ่นได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับครูและเด็กนั่นเอง
2. ระบบตัวอย่างผลงาน (Work sample systems) ระบบตัวอย่างผลงานจะเลือกผลงานจากกิจกรรมต่างๆ ที่ดำเนินอยู่ในชั้นเรียนโดยครูจะไม่ระบุผลงานเฉพาะที่ต้องการเก็บรวบรวมล่วงหน้า ระบบตัวอย่างผลงานให้อิสระกับครู และเด็กในการเลือกผลงานเก็บรวบรวมไว้ในแฟ้ม
อย่างไรก็ตาม Mcafee และ Leong (1944:14) ให้คำแนะนำว่า ระบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัยน่าจะเป็นระบบที่มีการผสมผสานกันระหว่างระบบ ตัวชี้บ่ง และระบบตัวอย่างผลงาน ในบางโอกาสครูจำเป็นต้องระบุผลงานเฉพาะที่ต้องการเก็บรวบรวมจากเด็กทุกคน แต่ในบางขณะ อาจเก็บผลงานบางชิ้นที่ครูและเด็กเห็นพ้องต้องกันว่าควรเก็บ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับข้อตกลงของครูกับเด็กแต่ละคน
ข้อพึงตระหนักในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก
Arter และ Spandel (อ้างถึงใน Mcafee และ Leong,1994 : 119) กล่าวถึงข้อพึงตระหนักในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก ดังต่อไปนี้
1. ผลงานที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานเป็นตัวแทน (representative) ของ สิ่งซึ่งเด็กสามารถทำได้จริงหรือไม่
2. ผลงานของเด็กที่เก็บรวบรวมในแฟ้มผลงานมีการระบุรายละเอียดของการทำงานหรือไม่ เช่น เป็นงานที่เด็กได้รับการช่วยเหลือจากครู งานอิสระที่เด็กทำเอง งานที่เด็กทำเป็นกลุ่ม เป็นต้น
3. ผลงานที่เก็บรวบรวมสอดคล้องกับวิธีการสอนและพัฒนาการของเด็กหรือไม่
4. แฟ้มผลงานเด็กได้รับการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอหรือไม่ และมาตรฐานการประเมินผลมีความเที่ยงตรงหรือไม่ในการใช้แฟ้มผลงานเด็ก ข้อพึงตระหนักสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ เวลา ที่เด็กเลื่อนชั้น ครูประจำชั้นจะต้องตัดสินใจว่าผลงานชิ้นไหนที่ครูประจำชั้นคนใหม่ควรมีโอกาสได้เห็น ได้ทราบ ในขณะเดียวกันควรเขียนสรุปเกี่ยวกับการเรียนรู้ และ พัฒนาการของเด็กแนบไปด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น