การใช้สารนิทัศน์เพื่อประเมินพัฒนาการเด็ก
(Documentation for Young Children)
การจัดทำสารนิทัศน์ (Documentation)
เป็นการจัดทำข้อมูลที่เป็นหลักฐานหรือแสดงให้เห็นร่องรอยของการเจริญ
เติบโต
พัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยจากการทำกิจกรรมทั้งรายบุคคลและรายกลุ่ม
ซึ่งหลักฐานและข้อมูลที่บัน ทึกเป็นระยะๆ จะเป็นข้อมูลอธิบายภาพเด็ก
สามารถบ่งบอกถึงพัฒนาการทั้งด้าน ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
สารนิทัศน์เป็นการประมวลผลที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการจัดการเรียนการสอนของครูและร่องรอยผลงานของเด็ก
จากการทำกิจกรรมที่สะท้อนถึงพัฒนาการในด้านต่างๆ การ
จัดทำสารนิทัศน์จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวัดและประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
ซึ่งมีหลายรูปแบบ ได้แก่
1. พอร์ตโฟลิโอสำหรับเด็กเป็นรายบุคคล เช่น การเก็บชิ้นงานหรือภาพถ่ายเด็กขณะทำกิจกรรมมีการใช้แถบ บันทึก เสียง
แถบบันทึกภาพแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าในงานที่เด็กทำเป็นต้น
2. การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับ เช่น การสอนแบบโครงการ (Project Approach)สามารถให้สารนิทัศน์เกี่ยวกับพัฒนาการเด็กทุกด้าน
ทั้งประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและการสะท้อนตนเองของครู
รูปแบบการบรรยายเรื่องราวจึงมีหลายรูปแบบ
อาจได้จากการบันทึกการสนทนาระหว่างเด็กกับครู เด็กกับเด็ก การบันทึกของครู
การบรรยายของพ่อแม่ผู้ปกครองในรูปแบบหนังสือหรือจดหมาย
แม้กระทั่งการจัดแสดงบรรยายสรุปให้เห็นภาพการเรียนรู้ทั้งหมด
3. การสังเกตและบันทึกพัฒนาการเด็ก เช่น ใช้แบบสังเกตพัฒนาการ การบันทึกสั้น เป็นต้น
4. การสะท้อนตนเองของเด็ก เป็นคำพูดหรือข้อความที่สะท้อนความรู้ ความเข้าใจ
ความรู้สึกจากการสนทนาการอภิปรายแสดงความคิดเห็นของเด็กขณะทำกิจกรรม
ซึ่งอาจบันทึกด้วยแถบบันทึกเสียงหรือแถบ บันทึกภาพ
5. ผลงานรายบุคคลและรายกลุ่ม ที่แสดงให้เห็นถึงการเรียนรู้ ความสามารถ ทักษะจิตนิสัยของเด็ก
ครูที่ชำนาญจะนำผลงานของเด็กมาใช้ดูพัฒนาการและกระบวนการทำงานของเด็ก
ครูส่วนใหญ่มักจะเก็บผลงานการเขียนและผล งานศิลปะ
อย่างไรก็ตามครูควรเก็บผลงานหลากหลายประเภทของเด็ก เช่น ภาพเขียน การ ร่วมระดมความคิดและเขียนออกมาในลักษณะใยแมงมุม
การแสดงออกทางดนตรี การก่อสร้างในรูปแบบ ต่างๆ ตัวอย่างภาษาพูด เป็นต้น
นอกจากการเก็บข้อมูลหลักฐานเพื่อประเมินการเรียนรู้และประเมิน
พัฒนาการของเด็กปฐมวัยข้างต้นแล้ว สารนิทัศน์ยังมีประโยชน์ต่อการพัฒนาครู
ซึ่งประเภทของหลักฐานในพอร์ตโฟลิโอของครูรายบุคคลที่ควรใช้พัฒนา การสอนมี 2
กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
1. หลักฐานการสอนเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็ก
หลักฐานการสอนเกี่ยวกับการเรียนรู้ของเด็กที่เป็นภาพรวมของชั้นเรียน
ได้แก่ ผลงานภาษาเขียน รายชื่อหนังสือ
ผลงานที่เป็นสัญลักษณ์สื่อความคิดที่เรียบเรียงได้ ผลงานศิลปะและหัตถกรรมของเด็ก
ตัวอย่างหรือภาพถ่ายงานประดิษฐ์ ภาพถ่าย เทปบันทึกเสียงหรือวีดิทัศน์ที่แสดงปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ความ สามารถทางดนตรีและการเคลื่อนไหว คำพูดและ/หรือภาพถ่ายแสดงการแก้ปัญหา
ความคิดเห็นและ/หรือความรู้สึก ต่อตนเอง ผู้อื่น
2. หลักฐานเกี่ยวกับการสอนของครู ได้แก่
แผนการสอนของครูและบันทึกการสังเกตการณ์การสอนของอาจารย์นิเทศ
บันทึกความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกับการสอนแต่ละครั้ง ตัวอย่างสื่อ
ภาพถ่ายและวีดิทัศน์แสดงการสอนและการจัดสภาพแวดล้อม ฯลฯ
รายการต่างๆจะถูกรวบรวมไว้ในพอร์ตโฟลิโอซึ่งครูฝึกสอนและอาจารย์นิเทศจะใช้วิเคราะห์ด้วยกันเพื่อปรับปรุงการสอนครั้งต่อไป
ประเภทของบอร์ดสารนิทัศน์ จัดแบ่งประเภทได้ตามเนื้อหาที่สื่อออกมาดังนี้
1. สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน
2. โครงการหรือ Emergent
Curriculum
3. เหตุการณ์พิเศษเช่น
การไปทัศนศึกษาเทศกาลต่างๆ
4. หัวข้อการเรียน (Theme)
5. ทักษะเฉพาะ เช่น ศิลปะ ดนตรี
การเคลื่อนไหวและจังหวะ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษา
6. พัฒนาการของเด็ก เช่น
ทักษะทางสังคม คุณค่าของการเล่น พัฒนาการทางอารมณ์ ทักษะการใช้กล้ามเนื้อเป็นต้น
7. ทักษะที่เพิ่มขึ้นของเด็ก เช่น
การช่วยเหลือตนเอง การอ่านเขียน ความสัมพันธ์ระหว่างมือและสายตา
8. การรวบรวมส่วนประกอบ
เป็นการรวบรวมเนื้อหาสาระเพื่อจัดทำบอร์ดสารนิทัศน์ซึ่งอาจประกอบไปด้วย
9. ผลงานที่เด็กทำหรือเก็บโดยการถ่ายเอกสารเก็บไว้
บันทึกจากการสังเกตของครู
(Anecdotal
Records)
1. ข้อมูลที่อ้างอิงจากหนังสือหรือตำรา
2. แผนผังใยแมงมุมหลักสูตร (Curriculum
Web)
3. การเขียนตามคำบอกของเด็ก
4. ภาพถ่าย
5. การจัดวางบอร์ดสารนิทัศน์
การจัดวางควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
6. การกำหนดพื้นที่จัดแสดง เช่น
ตั้งแสดงบนโต๊ะหรือติดกับผนัง
7. การเลือกชนิดของบอร์ดว่าจะเป็นแบบโปสเตอร์หรือแบบตั้งได้สามด้าน
8. การใส่หัวเรื่องในจุดที่ดึงดูดความสนใจ
9. การคำนึงถึงเรื่องสุนทรียศาสตร์
เช่น การผนึกภาพและงานอย่างประณีต
การใช้โทนสีของกระดาษให้เข้ากับเนื้อเรื่องที่นำเสนอ
การตกแต่งที่ไม่รกรุงรังจนเกินไปเป็นต้น
การจัดแสดง โดยที่ตั้งบอร์ดสารนิทัศน์มักเป็นที่ที่เด็กและผู้ปกครองสามารถมองเห็นได้โดยง่าย
เช่นทางเข้าออกของห้องเรียน ตู้เก็บของของเด็ก เป็นต้น
การจัดทำสารนิทัศน์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยสามารถนำมาใช้กับการจัด
การเรียนการสอนได้ ทั้งการสอนแบบหน่วยและการสอนแบบหัวเรื่องหรือแบบโครงการ (Project
Approach) สำหรับการสอนแบบหน่วยจะจบการสอนในแต่ละหน่วยโดยใช้เวลาประมาณ
1 สัปดาห์ในแต่ละวันจะแบ่งเนื้อ
หาว่าเด็กควรเรียนรู้เรื่องใดบ้าง
ส่วนใหญ่การสอนแบบหน่วยครูปฐมวัยจะจัดเตรียมแผนการจัดประสบการณ์
วัสดุอุปกรณ์การสอนไว้ล่วงหน้า
และตั้งวัตถุประสงค์ว่าหลังจากเด็กเรียนรู้เรื่องนั้นๆแล้วเด็กควรเกิดพฤติกรรมด้านใดบ้าง
การจัดทำสารนิทัศน์จึงเป็นการนำเสนอสิ่งที่เด็กได้เรียนรู้ว่าในแต่ละ
สัปดาห์เด็กได้ทำอะไรบ้างและมีผลอย่างไรเช่น การเรียนรู้หน่วยน้ำ
เด็กอาจได้ทดลองกรองน้ำด้วยวิธีการ ต่างๆ
เด็กอาจได้ออกไปศึกษานอกสถานที่ที่โรงงานผลิตน้ำ
การทดลองใช้น้ำในการประกอบอาหารหรือการ ซักผ้า กิจกรรมต่างๆเหล่านี้จะได้รับการบันทึกโดยครู
การบันทึกคำพูด การสนทนาหรือการถ่ายภาพเก็บไว้การทำงานศิลปะ เช่น
การวาดภาพขั้นตอนการกรองน้ำให้สะอาด งานประดิษฐ์ต่างๆ ภาพถ่ายขั้นการประกอบอาหาร
กิจกรรมต่างๆเหล่านี้จะถูกรวบรวมและนำมาจัดแสดงอย่างเป็นเรื่องราวที่สะท้อนการเรียนรู้ให้ผู้เกี่ยวข้องกับเด็กรับรูว่าเด็กเรียนรู้อะไรเรียนรู้ที่ไหน
เรียนรู้อย่างไร และส่งผลดีต่อการพัฒนาเด็กในด้าน ต่างๆอย่างไร