สังคมมิติเป็นเครื่องมือที่พัฒนาขึ้นเพื่อประเมินความสัมพันธ์ในกลุ่ม (Group relationships) และความสัมพันธ์ทางสังคมของเด็กปฐมวัย สังคมมิติเป็นแผนภาพที่ถูกทำขึ้นเพื่อแสดงความสัมพันธ์ในกลุ่มของตน วิธีการนี้ทำให้ครูทราบว่าเด็กในชั้นของตนมีความสัมพันธ์ทางสังคมเป็นอย่างไร การทำสังคมมิติถือเป็นการทำวิจัยแบบหนึ่งที่แสดงให้เห็นรูปแบบของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลในกลุ่มวรรณวดี
แผนภาพสังคมมิติจะสะท้อนถึงโครงสร้างของสังคมในห้องเรียน 4 แบบ ดังนี้
1. เด็กที่ได้รับการยอมรับมากที่สุด (The most popular)
2. เด็กที่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนน้อยที่สุด (Isolate)
3. กลุ่มเด็กที่แยกออกมาจากคนอื่น ๆ (Cliques)
4. เด็ก 2 คน ที่ต่างก็เลือกซึ่งกันและกัน (Dyads)
เครื่องมือ "สังคมมิติ" ว่ามีวิธีการที่นิยมใช้ 2 วิธีมีดังนี้
1. การทายลักษณะ
2. การสร้างภาพทางสังคม
การทายลักษณะ
เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ใครเอ่ย" (Guess who) วิธีนี้ครูจะสร้างคำถาม "ใครเอ่ย" ขึ้นมาให้เด็กตอบ โดยครูจัดบรรยากาศให้เหมือนกับการเล่นเกม ครูจะจดคำตอบของเด็กทุกคนเพื่อเอาผลมาสรุปในกรณีที่คำตอบของเด็กในห้องเรียนไม่ตรงกัน ตัวอย่างคำถามที่ใช้มีดังต่อไปนี้
1. ใครเอ่ยไม่เก็บของเล่นเข้าที่
2. ใครเอ่ยที่ช่วยเพื่อนเก็บของเล่นเสมอ
3. ใครเอ่ยที่หวงของเล่นไม่ยอมให้เพื่อนเล่นด้วย
วิธีการนี้ช่วยให้ครูทราบลักษณะนิสัยเด่น ๆ ของเด็กแต่ละคนตามการรับรู้ของเด็กคนอื่นในชั้น
ในการศึกษาวิธีนี้ครูจะให้เด็กแต่ละคนเลือก บุคคลที่เขาชอบที่สุด อยากอยู่ใกล้ที่สุด โดยครูจะตั้งคำถามง่าย ๆ แก่เด็ก คำถามที่ครูตั้งขึ้นจะเป็นประเภทให้เด็กเลือกเพื่อนที่เขาชอบในการทำกิจกรรมบางอย่างโดยเด็กมีสิทธิในการเลือกเพื่อน 2 - 3 คน ในการทำกิจกรรมแต่ละอย่าง
1. ถ้าหนูจัดงานวันเกิด หนูจะชวนใครบ้าง
2. ถ้าหนูไปเที่ยวชายทะเล หนูจะชวนใครไปบ้าง
3. ถ้าให้หนูเลือกเพื่อนที่จะมานั่งข้าง ๆ หนูจะเลือกใครบ้าง
4. ถ้าหนูได้เล่นสนาม หนูจะชวนใครบ้าง
การทำสังคมมิติช่วยให้ครูทราบถึงความสัมพันธ์ของเด็กๆ ในชั้นเรียนของ ตน ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้ครูได้ทราบบทบาทของเด็กแต่ละคนในชั้นเรียนของตน ด้วยว่าเด็กแต่ละคนเป็นที่ชอบพอของกลุ่มเพื่อนมากน้อยเพียงใด เพื่อนมีความรู้สึกอย่างไรต่อเขา ใครเด่นที่สุดในชั้น ใครที่ชอบแยกตัวเล่นคนเดียว และเด็กคู่ใดที่ต่างคนต่างชอบเล่นด้วยกันการเก็บข้อมูลโดยการทำสังคมมิติ ควรทำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงไปโดยขึ้นอยู่กับกิจกรรมและกาลเวลา ถ้าครูเก็บข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ครูสามารถประเมินพัฒนาการทางสังคมของเด็กได้
ทึ่มา : https://drive.google.com/file/d/1RdGYXEMmTQr8igoM1PTiVV9hO7vhVmFE/view?usp=drivesdk
.png)
.png)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น